Welcome to UBON Zoo.

สวนสัตว์ตระการ อุบลราชธานี 2542

ผู้ก่อตั้ง สส.ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ
             นวพล ชักชวน

ความเป็นมาของสวนสัตว์ตระการ

สวนเสือตระการเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2543 โดยมี ส.ส.ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ และ นวพล ชักชวน ผู้ก่อตั้งสวนเสือตระการ เป็นประธานกรรมการบริหาร ในนามของ บริษัท สวนสัตว์ตระการ จำกัด เริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ.2543 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10 ล้านบาทเมื่อปี พ.ศ.2548

ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (สป.21) เล่มที่ 1 ฉบับที่ 27 ออกให้ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2544

ก่อนที่จะเป็นสวนเสือตระการนี้ เกิดจากผู้ก่อตั้งได้เลี้ยงลูกเสือโคร่งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2534 จำนวน 2 ตัว ลูกเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวนั้น ได้มาจากเพื่อนพ้องที่เลี้ยงเสือโคร่งมานานแล้ว(คุณกำแพงฯ)มิได้นำลูกเสือมาจากป่า เนื่องจากลูกเสือที่ได้มานั้น เป็นสายพันธุ์เบงกอล ซึ่งสมัยก่อนนั้น มีผู้นำเข้ามาจากอินเดียเป็นจำนวนมาก เพราะกฎหมายยังอนุญาตให้นำเข้า-ส่งออก สัตว์ป่าทั่วโลกได้อยู่โดยเฉพาะ บริษัท Bangkok Wildlife ของคุณกำแพง เพลินธรรม นำเข้าสัตว์ประเภทเสือจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่กฎหมาย ข้อบังคับ สมัยก่อน(ก่อนปีพ.ศ.2535) ยังไม่มีการควบคุม จึงทำให้ผู้เลี้ยงเสือทั้งหลายสับสนกัน ว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากเป็นสัตว์ป่านำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2503 ให้ครอบครองได้ 2-4 ตัว(ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ฯ)

เมื่อปี พ.ศ.2535 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ เริ่มประกาศใช้ เสือโคร่งที่ผู้เลี้ยงในประเทศไทย ซึ่งความจริงส่วนใหญ่เป็นเสือโคร่งสายพันธุ์เบงกอล (สายพันธุ์เสือจากประเทศแถบอินเดีย) ก็ต้องนำมาแจ้งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองฯ ที่มีถิ่นกำเนินในเมืองไทยไปโดยปริยาย (เสือโคร่งในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์อินโดไชนีสซึ่งตัวเล็กกว่าเสือสายพันธุ์เบงกอล) เพราะกฎกระทรวง ข้อบังคับ ตาม พ.ร.บ.สงวนฯ 2535 ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าจากต่างประเทศ ยังไม่มีการประกาศใช้

ผู้ก่อตั้งฯ ก็ได้แจ้งการครอบครองลูกเสือดังกล่าวไว้กับกรมป่าไม้ ตามแนวทางของทางราชการใน ปี พ.ศ.2535 นั้นด้วย

จากการเริ่มต้น เลี้ยงเสือโคร่งเพียง 2 ตัว ตั้งแต่นั้นมา เราประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์เสือโคร่งเป็นอย่างมาก พ่อและแม่เสือโคร่ง ชื่อ อ้วน และ เจน ที่เป็นต้นกำเนิดของเหล่าเสือโคร่งที่นี่ได้เกิดลูกทุกปี หลังจากอายุได้ 2 ปีกว่า ในบางปีให้ลูกถึงปีละ 2 ครอก รวมทั้งหมด ได้ลูกเสือ 28 ตัว (พ.ศ.2544) จากพ่อแม่เสือโคร่งเพียงคู่เดียวนี้

ผู้ก่อตั้งจึงได้ศึกษาเรื่องราวของเสือโคร่งมาโดยตลอด จนมีความรู้ มีประสบการณ์อย่างมาก เกี่ยวกับเสือโคร่ง จึงมีความประสงค์ที่จะถ่ายทอดความรู้ต่างๆที่มีจากประสบการณ์ ให้เกิดประโยชน์กับ สาธารณชนทั่วไป แก่คนเลี้ยงเสือด้วยกัน และโดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตเสือโคร่งในสภาพกรงขัง และเสือโคร่งในสภาพธรรมชาติน้อยมาก

จุดมุ่งหมายของสวนสัตว์ตระการ

ความคิดจัดสร้าง สวนเสือตระการแห่งนี้ขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์

ต้องการให้เป็นแหล่งศึกษา และให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิต,ความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือ และสัตว์ต่างประเทศที่ประชาชนและเยาวชนสนใจ

พยายามสร้างจิตสำนึกให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ให้อนุรักษ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่ต่อไปในสภาพธรรมชาติ ที่ทุกวันนี้จะเหลือน้อยอยู่เต็มที โดยเฉพาะสัตว์ป่าประเภท เสือ ที่ทางสวนสัตว์ตระการจะเน้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ เสือโคร่ง ซึ่งที่นี่ พยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต

พยายามขยายและคัดแยกสายพันธุ์เสือโคร่ง ให้เห็นความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ของเสือโคร่ง ที่มีสายพันธุ์ต่างๆกันทั่วโลกอยู่หลายชนิด จึงได้มีโครงการ สร้างศูนย์ข้อมูลเสือ เปรียบเทียบให้เห็นทุกขั้นตอนระหว่างเสือเลี้ยงในสภาพกรงขังกับเสือที่มีชีวิตในป่า ด้วยทุนส่วนตัวทั้งสิ้น

ต้องการให้ผู้เลี้ยงเสือ ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ได้รวมตัวกัน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนสายพันธุ์ เพื่อขยายพันธุ์เสือให้เพิ่มปริมาณจำนวนเสืออย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้คนทั่วไป สามารถเลี้ยงเพื่อการเพิ่มปริมาณเสือโคร่งเลี้ยงได้ ตามกฎหมายที่กำหนดไว้

ลดและต่อต้านการล่าเสือหรือสัตว์ป่าที่มีอยู่ในป่าธรรมชาติ เนื่องจากหากเสือโคร่งเลี้ยงหรือสัตว์ป่าเลี้ยงมีการขยายพันธุ์ได้ และมีเป็นจำนวนมาก การล่าเสือหรือสัตว์ป่าในป่า จะยากลำบากมากกว่าการได้สัตว์ฯมาจากสวนสัตว์ ทั้งยังเป็นสัตว์ป่าที่เชื่องแล้วในสภาพกรงขัง ไม่ต้องทรมานสัตว์ป่าที่ไม่คุ้นเคยในกรง ที่สำคัญไม่เสี่ยงต่อการติดคุก ทำให้มีคดีอาญาฯติดตัว เพราะผิดกฎหมาย พ.ร.บ.สงวนฯ

ต้องการให้เป็นแหล่งศึกษา หาข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับชีวิตสัตว์ป่า, ความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า, ธรรมชาติของสัตว์ป่า

ต้องการดำรงพันธ์สัตว์ป่าหายาก ไว้ให้ประชาชนคนทั่วไป และเยาวชนรุ่นหลัง ๆ ได้เห็น ชีวิตจริงของสัตว์ป่า ซึ่งหาดูไม่ได้ ในสภาพธรรมชาติ หรือในป่า

โดยเฉพาะสัตว์ประเภทเสือ ที่นี่เน้นสัตว์ประเภทเสือเป็นพิเศษ มีจุดมุ่งหมายจะให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต

ในอนาคต ที่นี่จะเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเสือที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย จะมีอาคารศูนย์ข้อมูลเสือ เปรียบเทียบให้เห็นทุกขั้นตอน ระหว่างเสือโคร่งเลี้ยงกับเสือโคร่งที่มีชีวิตอยู่ในป่า

สวนเสือตระการพยายามอย่างยิ่ง ที่จะปลูกฝังให้เยาวชน ให้มีจิตใจรักสัตว์ป่า รักธรรมชาติ รักป่าไม้ อยากเห็นพวกเราเป็นนักอนุรักษ์รุ่นต่อไป ช่วยกันรักษาสัตว์ป่า รักษาป่าไม้ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราเอง

กิจกรรมในสวนสัตว์ตระการ

ตั้งแต่เปิดดำเนินการสวนสัตว์ตระการ ได้จัดทำโครงการโรงเรียนสิ่งแวดล้อมขึ้น ได้ส่งหนังสือไปยังโรงเรียน สถานศึกษาทั้งหมดใน จ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้ทางสถานศึกษาได้นำนักเรียนนักศึกษาเข้ามาทัศนศึกษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทางสวนสัตว์ได้จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบคอยบรรยายให้ความรู้และประเมินผล หวังที่จะให้เยาวชนที่เข้ามาอบรม ได้ความรู้ ได้ศึกษาชีวิตสัตว์ป่า และให้ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว โดยจะแนะนำให้เริ่มปฏิบัติที่สวนสัตว์ก่อน ในวันที่เข้ามาทัศนศึกษา และให้นำไปปฏิบัติทั้งที่บ้านและที่สาธารณะอื่นๆ

สวนสัตว์ตระการมีโอกาสได้อบรมนักเรียนมากกว่า 8,000 คน มากกว่า 100 โรงเรียน ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ที่นักเรียน นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ในการที่จะช่วยกันอนุรักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อม

ภาพโดยรวมของสวนสัตว์ตระการ

ติดต่อ

สำนักงานใหญ่
เลขที่ 234 ถ.อุบล-ตระการ ต.ขุหลุ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี 34130
Tel. (045) 481889 Fax. (045) 482365

สำนักงานสาขาเชียงใหม่

สำนักงานสาขาภูเก็ต


Find me on ...