Leopard or Panther

ชื่อวิทยาศาสตร์  Panthera pardus Linnaeus

ขนาด   หัวถึงลำตัว   107 - 129 เซนติเมตร
            หาง               80 - 100 เซนติเมตร
            หู                 6.4 - 7.5  เซนติเมตร
            น้ำหนัก         45 - 65  กิโลกรัม

รูปร่างลักษณะ 

 คนมักเข้าใจผิดว่าเสือดาวกับเสือดำเป็นเสือต่างชนิดกัน จริงๆแล้วเป็นเสือชนิดเดียวกัน ในลูกเสือครอกเดียวกันมีได้ทั้งเสือดำและเสือดาว

  

เสือดาวมีลำตัวสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีเหลืองและมีลายจุดสีดำเป็นจำนวนมาก ลักษณะลายเป็นจุดเรียงตัวกันเป็นกลุ่มดอก ปรากฏเฉพาะบริเวณด้านหลังและด้านข้างลำตัว ส่วนที่หัว ขา เท้า และใต้ท้อง เป็นจุดสีดำโดดๆ ส่วนขนใต้ท้องเป็นสีขาวหรือสีเทา
         เสือดำมีสีพื้นตามลำตัวเป็นสีดำ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าเสือดำก็มีลายเช่นเดียวกับเสือดาว เพียงแต่มองเห็นไม่ชัดนัก เสือดำพบทางภาคใต้ของประเทศไทย และมีมากในประเทศมาเลเซีย ส่วนในพื้นที่อื่นพบเสือดาวได้ง่ายกว่า 
      ชาวบ้านบางแห่งเรียกว่า เสือลายตลับ ภาษาลาว เรียกว่าเสือลายจ้ำหลอด

การกกระจายประชากร
         พบในแอฟริกา เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก เรื่อยมาถึงทางภาคใต้ของไทย มาเลเซีย และหมู่เกาะชวา ไม่เคยพบที่เกาะบาหลี แต่ที่เกาะสุมาตรายังไม่มีรายงาน

นิเวศวิทยาและพฤติกรรม
         เสือดาวอาศัยได้ในสภาพแวดล้อมหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นป่าหรือพื้นที่โล่ง ซึ่งมีหินและพุ่มไม้แห้งๆ แต่มันชอบสภาพป่ามากกว่า เสือดาวทนแล้งทนร้อนและอาศัยในพื้นที่ห่างไกลแหล่งน้ำได้ดีกว่าเสือโคร่ง ถ้าจำเป็นจริงๆเสือดาวก็ว่ายน้ำได้ แต่โดยปกติมันจะพยายามหลีกเลี่ยง เสือดาวชอบใช้ชีวิตบนต้นไม้และเคลื่อนที่ว่องไวไปตามกิ่งไม้

 

         เสือดาวกินเหยื่อทุกชนิดที่จับได้ เช่น หมู กวาง ลิง นกยูง และหมา มันจะดักคอยเหยื่ออยู่บนต้นไม้และหลังจากฆ่าเหยื่อแล้ว จะลากเหยื่อกลับขึ้นไปกินบนต้นไม้ เพื่อป้องกันสัตว์กินซากมาแย่งอาหาร เสือดาวเริ่มกินเหยื่อที่บริเวณท้องก่อน ในขณะที่เสือโคร่งเริ่มกินที่สะโพกก่อน
         เสือดาวมีวิธีอันชาญฉลาดในการจับค่างและลิงกิน โดยเสือดาวจะวิ่งเหยาะๆไปมาอยู่ใต้ต้นไม้  พวกลิงค่างบนต้นไม้ก็จะเริ่มตื่นกลัวและเตรียมตัวหนี โดยพากันกระโดดจากกิ่งหนึ่งไปอีกกิ่งหนึ่ง จากนั้นเสือดาวจะแสร้งทำท่าปีนต้นไม้ ลิงที่มีประสบการณ์น้อยจะหลงกลกระโดดลงพื้นเพื่อหาทางหลบหนีไปตามพุ่มไม้ แต่นั่นคือจุดจบของมัน เพราะเสือดาวจะหันมาไล่จับมันอย่างง่ายดาย           

อาหารของเสือดาวนอกจากสัตว์กินพืชจำพวกเก้ง กวาง แล้วมันยังล่าเหยื่ออื่นๆอีกเช่น กระต่าย นกยุงชะมด หรือแม้แต่สัตว์เล็กๆมันก็กินเช่นงู กิ้งก่า เป็นต้น เรียกได้ว่าเสือดาวกินสัตว์ทุกชนิดที่ล่าได้

การล่าของเสือดาวจะคล้ายกับเสือโคร่งคือ การไล่ล่าโดยตรง การซุ่มดักเหลื่อ แต่จะแตกต่างไปบ้างก็ตรงที่มันอาจจะขึ้นไปพรางตัวสงบนิ่งอยู่บนต้นไม้ เพื่อรอคอยตะครุบเหลื่อที่ผ่านเข้ามาใกล้ เมื่อล่าเหยื่อได้มันจะกินบริเวณท้องและซี่โคร่งก่อน ต่างจากเสือโคร่งที่จะเริ่มกินเหยื่อบริเวณสะโพกก่อน

คุณหมอบุญส่ง เลขะกุล ได้เขียนในบทนำของนิยายเรื่อง “เดชเสือดาว” ว่าเสือดาวมีความฉลาดและนิสัยระแวดระวังภัยมากกว่าเสือโคร่ง เวลาที่มันจะเข้าไปกินซากที่มันกินเหลือไว้จากคืนก่อน มันมักจะแอบดูเหตุการณ์อยู่นาน จนแน่ใจว่าไม่มีใครแอบซุ่มนั่งห้างคอยดักยิงมันอยู่ มันจึงจะค่อย ๆแอบเข้าไปกินซาก ไม่เหมือนกับเสือโคร่งที่มักเดินเข้าไปอย่างสง่าฝ่าเผย

ศัตรูของเสือดาวก็คือเสือโคร่งนั่นเองที่มักมาแย่งอาหารของมันบ่อย ๆ นอกจากนี้ยังมีพวกหมาจิ้งจอกและหมาในที่มักเข้ามาแย่งซากสัตว์ของมันเช่นกัน

เสือดาวจะมีพื้นที่ในการหากินประมาณ 27 – 37 ตารางกิโลเมตร ส่วนใหญ่จะออกหากินตามลำพัง ยกเว้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์หรือมีลูกอ่อน

ปัจจุบันสถานภาพของเสือดาวในประเทศไทยมีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก เหลืออยู่ตามป่าอนุรักษ์ต่าง ๆ เช่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติเขาสก ประมาณ 500 ตัวเท่านั้นเอง


         เสือดาวชอบอยู่สันโดษ จะจับคู่เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น ตั้งครรภ์ประมาณ 90-100 วัน ออกลูกครั้งละ 1-4 ตัว และมีอายุในสภาพกักขังประมาณ 20 ปี

 

     
เสือโคร่ง
   เสือลายเมฆ  เสือขนาดเล็ก

 

Best view with Microsoft Internet Explorer
Suggestion by E-mail : panthera66@hotmail.com
Copyright © 1999 by Navaphol. All rights reserved.
    Revised: 23 Dec 2004 
 



เสือดาวมีอายุประมาณ 20 ปี 
ในสภาพกักขัง



เชื่อว่าหลายคนเคยเข้าใจผิดมาแล้วว่า เสือดำกับเสือดาวเป็นเสือคนละชนิดกัน ความจริงคือทั้งสองเป็นเสือชนิดเดียวกัน ลูกของเสือดาวหรือเสือดำ ในครอกหนึ่งๆอาจมีทั้งเสือดาวและเสือดำปะปนกัน และหากสังเกตให้ดี จะพบว่าพื้นสีดำของเสือดำก็มีลายแก้มเป็นดวงๆเช่นเดียวกับเสือดาว

ถิ่นอาศัยของเสือดาวนั้น พบได้ในแอฟริกา เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก ประเทศไทย มาเลเซีย หมูเกาะชวามีข้อสันนิฐานว่า เสือดำจะพบเฉพาะในเขตโซนร้อนเท่านั้น และมีข้อสังเกตตามหลักทฤษฎีหนึ่งว่า สัตว์ที่พบในเขตร้อนที่มีฝนตกชุกมักจะเปลี่ยนเป็นดำ หรือมีสีเข้มกว่าสัตว์ที่พบในเขตอื่น แม้แต่ในประเทศไทยก็มีสัตว์ที่เข้าข่ายนี้ด้วยเช่นกัน คือสัตว์ชนิดเดียวกันที่พบได้ทั้งทางภาคเหนือและภาคใต้ จะพบว่าสัตว์ที่พบทางภาคใต้สีจะเข้มกว่า ยิ่งลงไปทางทิศใต้มากเท่าไหร่ก็จะพบเสือดาวน้อยลง และพบเสือดำมากขึ้น มีรายงานการพบเสือดาวในมะละกาว่า พบแต่เสือดำทั้งหมด

ยังเป็นเรื่องกังขาสำหรับนักชีววิทยา เกี่ยวกับเม็ดสี(pigments) ของเสือดาวและเสือดำ รวมทั้งเสือจากัวร์ดำด้วย ว่ามีกลไกทางพันธุ์กรรมของการเกิดขนสีดำอย่างไร ทราบว่าขนของเสือดำเกิดจากยีนที่ให้เม็ดสียูเมลานิน(Eumelanin) หรือเม็ดสีสีดำเพียงอย่างเดียว แต่ไม่เม็ดสีที่เป็นสีเหลือง ซึ่งผลมาจากยีนที่เป็นกลไกควบคุมลักษณะของสีขน

ลักษณะของเสือดาวและเสือดำแยกตามลักษณะของสีขนที่เห็น เสือดาวจะมีสีพื้นสีพื้นลำตัว เป็นสีน้ำตาลอมเหลืองใต้ท้องเป็นสีขาวหรือเทา ส่วนหลังและด้านข้างของลำตัวมีลายจุดสีดำเรียงกันเป็นกลุ่ม ที่เรียกว่าลายขยุ้มตีนหมาหรือลายกลีบกุหลาบ(Rosette) ส่วนที่หัว ขา และใต้ท้องสีดำจะไม่เป็นลายขยุ้มตีนหมา เป็นเพียงแต้มสีดำ ส่วนเสือดำจะเห็นขนสีดำทั่วทั้งตัว และมีลายขยุ้มตีนหมาสีดำเช่นเดียวกันกับเสือดาว แต่จะดูกลมกลืนกับขนสีดำ จึงมองเห็นไม่ชัด

ถิ่นอาศัยของเสือดาวส่วนใหญ่ จะอยู่ในป่าทุกแบบเช่นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง โดยเฉพาะในบริเวณที่เป็นรอยต่อของป่า ซึ่งจะมีสัตว์กินพืชจำพวกเก้ง กวางป่า ลิง หมูป่า อาศัยอยู่ แต่เสือดาวก็สามารถปรับตัวเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมอื่นๆได้ เช่น ทุ่งหญ้า ป่าที่มีเพียงพุ่มไม้แห้งๆ

chart_.jpg (32232 bytes)