ที่ตั้ง ความเป็นมา จุดมุ่งหมาย กิจกรรมในสวนสัตว์
กรงเสือใหญ่ เพาะพันธุ์นก กรงนกปล่อย สวนน้ำ,น้ำตก บ่อปลาคาร์ฟ กวาง,อูฐ,จระเข้ บุกป่าธรรมชาติ ซุ้มถ่ายรูปเสือ

ที่ตั้ง

สำนักงานใหญ่   เลขที่ 234 ถ.อุบล-ตระการ ต.ขุหลุ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี 34130  
                                  Tel.(045)481889  Fax.(045)482365
            สาขาเชียงใหม่  เลขที่ 51/1 ถ.เลียบคลองชลประทาน(สายแม่ริม-สะเมิง) ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ 50180 
 
                                 Tel
.(053)299363 , 860704  Fax.(053)860705
                                 

click ดูแผนที่ภาพขยาย    

   แผน ผังภายในสวนเสือตระการ Clickดูภาพขยาย

ห่างจากตัวจังหวัดอุบลฯประมาณ 38 กิโลเมตร อยู่ติดทางหลวงที่ 1050  ถนนจากจังหวัดอุบลราชธานี ไปยัง อำเภอตระการพืชผล – อำเภอเขมราฐ  
เส้นทางนี้ สามารถเดินทางต่อไปยัง อ.โขงเจียม(ไปผาแต้ม) และ อ.พิบูลมังสาหาร(แก่งสะพือหรือช่องเม็ก)ได้อีกด้วย ตำแหน่งที่ตั้งของสวนเสือฯ ท่านสามารถดูได้อย่างละเอียด
click ดูแผนที่ภาพขยาย 

 
office

Top 

  ความเป็นมาของสวนสัตว์ตระการ

พื้นที่ 30 ไร่ เมื่อครั้งเริ่มก่อสร้างใหม่ๆ เมื่อปลายปี พ.ศ.2542 จากผืนดินว่างเปล่า จนปัจจุบัน สิ่งปลูกสร้างเกือบเต็มพื้นที่ นำต้นไม้เข้ามาปลูกจนร่มรื่นในปัจจุบัน กว่า 1,000 ต้น  พื้นที่เดิมบางแห่งมีสภาพเป็นป่า ปัจจุบันก็ยังคงสภาพเดิมไว้ เรารักป่า รักต้นไม้ (การเปลี่ยนแปลงในสวนเสือตระการ ท่านสามารถ Click ชมได้ใน ข่าวที่สวนเสือ)

         

         สวนเสือตระการเริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2543 โดยมี ส..ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ และ นวพล ชักชวน  ผู้ก่อตั้งสวนเสือตระการ เป็นประธานกรรมการบริหาร  ในนามของ บริษัท สวนสัตว์ตระการ จำกัด เริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เมื่อปี พ..2543 และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10 ล้านบาทเมื่อปี พ..2548  และปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท คุ้มเสือตระการ จำกัด โดยมีนายนภพล นันตะโรหิต เป็นผู้จัดการทั่วไป

    ปัจจุบันบริษัทฯได้ขยายกิจการสาขา คุ้มเสือ ไปยัง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ และได้เปิดดำเนินการแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2551 [ www.tigerkingdom.com
 
    
ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะ (สป.21) เล่มที่ 1 ฉบับที่ 27 ออกให้ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2544
สัตว์ป่าทุกชนิด โดยเฉพาะประเภทเสือ ได้รับใบอนุญาตครอบครองฯ(สป.2) อย่างถูกต้อง และมีการแจ้งการเปลี่ยนแปลงฯ ตามใบอนุญาตฯดังกล่าวมาโดยตลอด

  • ก่อนที่จะเป็นสวนเสือตระการนี้ เกิดจากผู้ก่อตั้งได้เลี้ยงลูกเสือโคร่งมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2534 จำนวน 2 ตัว ลูกเสือโคร่งทั้ง 2 ตัวนั้น ได้มาจากเพื่อนพ้องที่เลี้ยงเสือโคร่งมานานแล้ว(คุณกำแพงฯ) มิได้นำลูกเสือมาจากป่า เนื่องจากลูกเสือที่ได้มานั้น เป็นสายพันธุ์เบงกอล ซึ่งสมัยก่อนนั้น มีผู้นำเข้ามาจากอินเดียเป็นจำนวนมาก เพราะกฎหมายยังอนุญาตให้นำเข้า-ส่งออก สัตว์ป่าทั่วโลกได้อยู่ โดยเฉพาะ บริษัท Bangkok Wildlife ของคุณกำแพง เพลินธรรม นำเข้าสัตว์ประเภทเสือจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่กฎหมาย ข้อบังคับ สมัยก่อน(ก่อนปีพ.ศ.2535) ยังไม่มีการควบคุม จึงทำให้ผู้เลี้ยงเสือทั้งหลายสับสนกัน ว่าจะทำอย่างไร เนื่องจากเป็นสัตว์ป่านำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2503 ให้ครอบครองได้ 2-4 ตัว(ตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ฯ) 
       
                 เมื่อปี พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ เริ่มประกาศใช้ เสือโคร่งที่ผู้เลี้ยงในประเทศไทย ซึ่งความจริงส่วนใหญ่เป็นเสือโคร่งสายพันธุ์เบงกอล(สายพันธุ์เสือจากประเทศแถบอินเดีย)  ก็ต้องนำมาแจ้งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองฯ ที่มีถิ่นกำเนินในเมืองไทยไปโดยปริยาย (เสือโคร่งในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์อินโดไชนีส ซึ่งตัวเล็กกว่าเสือสายพันธุ์เบงกอล) เพราะกฎกระทรวง ข้อบังคับ ตาม พ.ร.บ.สงวนฯ2535 ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าจากต่างประเทศ ยังไม่มีการประกาศใช้
                   ผู้ก่อตั้งฯ ก็ได้แจ้งการครอบครองลูกเสือดังกล่าวไว้กับกรมป่าไม้ ตามแนวทางของทางราชการใน ปี พ.ศ.2535 นั้นด้วย  


               จากการเริ่มต้น เลี้ยงเสือโคร่งเพียง 2 ตัว ตั้งแต่นั้นมา เราประสบความสำเร็จในการขยายพันธุ์เสือโคร่งเป็นอย่างมาก พ่อและแม่เสือโคร่ง ชื่อ อ้วน และ เจน ที่เป็นต้นกำเนิดของเหล่าเสือโคร่งที่นี่ ได้เกิดลูกทุกปี หลังจากอายุได้ 2 ปีกว่า ในบางปีให้ลูกถึงปีละ 2 ครอก รวมทั้งหมด ได้ลูกเสือ 28 ตัว (พ.ศ.2544) จากพ่อแม่เสือโคร่งเพียงคู่เดียวนี้ 
               ผู้ก่อตั้งจึงได้ศึกษาเรื่องราวของเสือโคร่งมาโดยตลอด จนมีความรู้ มีประสบการณ์อย่างมาก เกี่ยวกับเสือโคร่ง จึงมีความประสงค์ที่จะถ่ายทอดความรู้ต่างๆที่มีจากประสบการณ์ ให้เกิดประโยชน์กับสาธารณชนทั่วไป แก่คนเลี้ยงเสือด้วยกัน และโดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตเสือโคร่งในสภาพกรงขัง และเสือโคร่งในสภาพธรรมชาติน้อยมาก

clickดูภาพเสือโคร่งเลี้ยงคลอดลูก           clickดูรวบรวมรูปภาพเสือโคร่งเลี้ยงผสมพันธุ์

 จุดมุ่งหมายของสวนสัตว์ตระการ  
                 ความคิดจัดสร้าง สวนเสือตระการแห่งนี้ขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์

  • ต้องการให้เป็นแหล่งศึกษา และให้ข้อมูลเกี่ยวกับชีวิต,ความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าโดยเฉพาะเสือ  และสัตว์ต่างประเทศที่ประชาชนและเยาวชนสนใจ 

  • พยายามสร้างจิตสำนึกให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ให้อนุรักษ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่ต่อไปในสภาพธรรมชาติ ที่ทุกวันนี้จะเหลือน้อยอยู่เต็มที  โดยเฉพาะสัตว์ป่าประเภท เสือ  ที่ทางสวนสัตว์ตระการจะเน้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะ เสือโคร่ง ซึ่งที่นี่ พยายามอย่างยิ่ง ที่จะให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต 

  • พยายามขยายและคัดแยกสายพันธุ์เสือโคร่ง ให้เห็นความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ของเสือโคร่ง ที่มีสายพันธุ์ต่างๆกันทั่วโลกอยู่หลายชนิด จึงได้มีโครงการ สร้างศูนย์ข้อมูลเสือ เปรียบเทียบให้เห็นทุกขั้นตอนระหว่างเสือเลี้ยงในสภาพกรงขังกับเสือที่มีชีวิตในป่า ด้วยทุนส่วนตัวทั้งสิ้น

  • ต้องการให้ผู้เลี้ยงเสือ ที่ได้รับใบอนุญาตฯ ได้รวมตัวกัน แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนสายพันธุ์ เพื่อขยายพันธุ์เสือให้เพิ่มปริมาณจำนวนเสืออย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้คนทั่วไป สามารถเลี้ยงเพื่อการเพิ่มปริมาณเสือโคร่งเลี้ยงได้ ตามกฎหมายที่กำหนดไว้

  • ลดและต่อต้านการล่าเสือหรือสัตว์ป่าที่มีอยู่ในป่าธรรมชาติ  เนื่องจากหากเสือโคร่งเลี้ยงหรือสัตว์ป่าเลี้ยงมีการขยายพันธุ์ได้ และมีเป็นจำนวนมาก การล่าเสือหรือสัตว์ป่าในป่า จะยากลำบากมากกว่าการได้สัตว์ฯมาจากสวนสัตว์ ทั้งยังเป็นสัตว์ป่าที่เชื่องแล้วในสภาพกรงขัง ไม่ต้องทรมานสัตว์ป่าที่ไม่คุ้นเคยในกรง ที่สำคัญไม่เสี่ยงต่อการติดคุก ทำให้มีคดีอาญาฯติดตัว เพราะผิดกฎหมาย พ.ร.บ.สงวนฯ

  Top

รูปถ่ายเมื่อปี พ.ศ.2544     สวนเสือตระการได้พัฒนาสถานที่ใน 2 ปีแรก
  • ต้องการให้เป็นแหล่งศึกษา หาข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับชีวิตสัตว์ป่า, ความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า,      ธรรมชาติของสัตว์ป่า

       

  • ต้องการดำรงพันธ์สัตว์ป่าหายาก ไว้ให้ประชาชนคนทั่วไป และเยาวชนรุ่นหลัง ๆ ได้เห็น     ชีวิตจริงของสัตว์ป่า ซึ่งหาดูไม่ได้ ในสภาพธรรมชาติ หรือในป่า

  • โดยเฉพาะสัตว์ประเภทเสือ ที่นี่เน้นสัตว์ประเภทเสือเป็นพิเศษ มีจุดมุ่งหมายจะให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต

ในอนาคต ที่นี่จะเป็นแหล่งค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเสือที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย จะมีอาคารศูนย์ข้อมูลเสือ เปรียบเทียบให้เห็นทุกขั้นตอน ระหว่างเสือโคร่งเลี้ยงกับเสือโคร่งที่มีชีวิตอยู่ในป่า

-          สวนเสือตระการพยายามอย่างยิ่ง ที่จะปลูกฝังให้เยาวชน   ให้มีจิตใจรักสัตว์ป่า รักธรรมชาติ รักป่าไม้ อยากเห็นพวกเราเป็นนักอนุรักษ์รุ่นต่อไป ช่วยกันรักษาสัตว์ป่า รักษาป่าไม้ สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเราเอง  

  Top

  
HOME

กิจกรรมในสวนสัตว์ตระการ

         

                ตั้งแต่เปิดดำเนินการสวนสัตว์ตระการ ได้จัดทำโครงการโรงเรียนสิ่งแวดล้อมขึ้น  ได้ส่งหนังสือไปยังโรงเรียน สถานศึกษาทั้งหมดใน จ.อุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อให้ทางสถานศึกษาได้นำนักเรียนนักศึกษาเข้ามาทัศนศึกษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทางสวนสัตว์ได้จัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบคอยบรรยายให้ความรู้และประเมินผล หวังที่จะให้เยาวชนที่เข้ามาอบรม ได้ความรู้ ได้ศึกษาชีวิตสัตว์ป่า และให้ช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมรอบๆตัว โดยจะแนะนำให้เริ่มปฏิบัติที่สวนสัตว์ก่อน  ในวันที่เข้ามาทัศนศึกษา และให้นำไปปฏิบัติทั้งที่บ้านและที่สาธารณะอื่นๆ

สวนสัตว์ตระการมีโอกาสได้อบรมนักเรียนมากกว่า 8,000 คน  มากกว่า 100 โรงเรียน  ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ที่นักเรียน นักศึกษาได้รับความรู้และประสบการณ์ในการที่จะช่วยกันอนุรักษ์และดูแลสิ่งแวดล้อม   

  Top

ข้อพึงปฏิบัติ ทั้งที่สวนสัตว์ และที่ใดๆก็ตาม

            ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งที่ในสวนสัตว์ หรือแม้กระทั่งอยู่ที่บ้าน ที่ใดๆก็ตาม เพื่อจะได้เป็นนักอนุรักษ์รุ่นต่อไป โดยปฏิบัติดังนี้

1.       ไม่ทิ้งขยะ เศษขนม อาหาร เกลื่อนกลาด ให้ทิ้งในที่ทิ้ง หรือในถังขยะเท่านั้น

2.       ควรให้ความเมตตาแก่สัตว์ ไม่แกล้ง ยุแหย่ ข้างปา หรือทำให้สัตว์ตกใจ หรือ    ทำให้สัตว์มีอารมณ์ดุร้ายขึ้น ทั้งในสวนสัตว์ หรือที่ใดๆก็ตาม

3.       ไม่ควรให้อาหารแก่สัตว์ รวมถึงการยื่นโยนทุกสิ่ง ให้แก่สัตว์  ยกเว้นอาหารที่ทางสวนสัตว์จัดไว้จำหน่าย เพื่อให้ซื้อทำทานแก่สัตว์ชนิดนั้นโดยเฉพาะ เพราะสัตว์แต่ละชนิดกินอาหารไม่เหมือนกัน ต้องมีการศึกษา และให้อาหารที่สัตว์ต้องการตามธรรมชาติ

การกินอาหารผิด หรือสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร เช่นถุงพลาสติก ฝาขวดน้ำอัดลม ก็เป็นอันตราย  จะทำให้สัตว์ตายได้

4.       ไม่นำสัตว์เลี้ยง เข้าไปในสวนสัตว์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซึ่งกันและกัน สัตว์อาจจะตื่นกลัว หวาดผวาต่อกัน เพราะสัตว์แต่ละชนิดมิได้เป็นมิตรต่อกันเสมอไป

5.       ห้ามส่งเสียงดังจนเกินไป จะทำให้สัตว์ตกใจ วิ่งชนกรง อาจตายได้

6.       ไม่ทำลาย ขูดเขียน เด็ด รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง สิ่งตกแต่ง และต้นไม้ที่ให้ความงามและร่มเย็นในบริเวณส่วนสัตว์

สวนเสือตระการ ถือเป็นสถานที่พักผ่อน และให้ความรู้ทางธรรมชาติวิทยา     สัตว์ป่าก็เป็นทรัพยากรที่มีค่า ซึ่งเป็นสมบัติของทุกคน ควรช่วยกันทำนุบำรุง และรักษาให้ดำรงสืบต่อไป

  Top

ภาพโดยรวมของสวนสัตว์ตระการ  

        

                สวนสัตว์ตระการ มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 30 ไร่  โดยสามารถแบ่งพื้นที่ให้ประชาชนทั่วไป เยาวชนและนักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม แบ่งได้ดังนี้

1.       กรงเสือใหญ่  สวนสัตว์ตระการได้จัดทำกรงขนาดใหญ่ที่มีความแข็งแรงมั่นคง และมีความปลอดภัยแก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปชม ดูพฤติกรรมเสือได้อย่างใกล้ชิด มี เสือโคร่ง, สิงโต

และเสือดาว ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงผสมพันธุ์  และในช่วงเวลาที่ผ่านมา  สามารถผสมพันธุ์เสือโคร่ง และให้กำเนิดลูกเสือโคร่งหลายคู่ด้วยกัน  

  
Top

  

2.       กรงเพาะพันธุ์นกต่างประเทศ  เป็นนกสวยงามที่นิยมซื้อขายกันในตลาดสัตว์เลี้ยง ได้แก่นกเลิฟเบิร์ด นกคอคคาเทล สามารถเพาะพันธุ์ได้ง่าย มีจุดประสงค์เพื่อเพาะพันธุ์ขายส่งตลาดนกจตุจักร นำกำไรมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในสวนสัตว์  

3.       กรงนกปล่อย  เป็นกรงนกโอบล้อมด้วยตาข่ายขนาดใหญ่  ภายในมีนกนานาชนิด   เช่น    นกแก๊ก,นกเงือก,นกกาฮัง, ไก่ฟ้าเลดี้, ไก่ฟ้าพญาลอ , เหยี่ยว  ฯลฯ  สามารถให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปชมและสามารถให้อาหารนกได้ เนื่องจากนกทุกตัวเชื่องมาก และคุ้นเคยกับการให้อาหารกับมือ

       

 Top

4.       สวนน้ำ, น้ำตก  ถือได้ว่าเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่สามารถดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้มากที่สุด เนื่องจากพื้นที่เดิมตรงนี้เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ แต่ไม่มีน้ำมาหลายปี ทางสวนสัตว์จึงได้ดัดแปลงให้เป็นสวนน้ำ โดยทำสะพานเดินลงไปในสระนั้น และมีทางเดินเป็นสะพานไม้ภายในสระ ทำน้ำตกจำลองไว้สองข้าง

 

และควบคุมน้ำให้ได้ตามต้องการ ภายในสระนั้นตกแต่งให้เป็นสวนน้ำ มีนกน้ำ และนกหายากหลายชนิดด้วย มีหมอกน้ำประดิษฐ์ซึ่งเปิดพ่นอยู่ตลอดเวลา ให้เกิดความชุ่มชื้นเย็นสบาย  และเพิ่มความสวยงาม

5.   บ่อปลาคาร์ฟและบ่อปลาสวาย  สามารถให้อาหารที่ทางสวนสัตว์จัดไว้ให้ได้เช่นกัน  

6.       กรงกวาง, อูฐ, บ่อจระเข้น้ำจืด  กวางและอูฐสามารถให้อาหารได้ เช่น  ถั่วฝัักยาว, แตงกวา, กล้วยและผักบุ้ง   ซึ่งจุดนี้นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปกับกวางและอูฐได้อย่างใกล้ชิด  

 Top

7.       บุกป่าธรรมชาติ เป็นพื้นที่ป่าท้องถิ่นจริงๆ ทางสวนสัตว์เพียงทำทางเดินเข้าไปด้านในป่านั้น และได้สร้างกรงสัตว์ไว้ตามทางเดิน แต่จะรักษาสภาพป่าเดิมนั้นไว้มากที่สุด ภายในร่มรื่นดีมาก ภายในป่าธรรมชาตินี้มีกรงนกกระจอกเทศ และนกอีมูอยู่ภายในนั้นด้วย

        

8.       ซุ้มกรงลูกเสือ  ซุ้มนี้ถือได้ว่านักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ  เพราะสามารถที่  อุ้มลูกเสือถ่ายรูปได้  และยังมีงูหลามตัวใหญ่  น้ำหนักกว่า  40  กิโลกรัม ไว้ถ่ายรูปได้ด้วย

      
HOME