พระราชบัญญัติ
|
| มาตรา 1
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า
พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
พ.ศ.2535 |
|
| มาตรา2*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2535/15/1พ./28 กุมภาพันธ์ 2535] |
|
| มาตรา 3
ให้ยกเลิก (1) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 (2) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 228 ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2515 |
|
|
มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ สัตว์ป่า หมายความว่า สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บกสัตว์น้ำสัตว์ปีกแมลงหรือแมง ซึ่งโดยสภาพธรรมชาติ ย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือใ น น้ำ และให้ความหมายรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายพาหนะดังกล่าว สัตว์ป่าสงวน หมายความว่า สัตว์ป่าที่หายากตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ และตามที่จะกำหนดโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา สัตว์ป่าคุ้มครอง หมายความว่า สัตว์ป่าตามที่กฎกระทรวงกำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ล่า หมายความว่า เก็บ ดัก จับ ยิง ฆ่า หรือทำอันตรายด้วย ประการอื่นใดแก่สัตว์ป่าที่ไม่มีเจ้าของ และอยู่เป็นอิสระ และหมายความรวมถึงการไล่ การต้อน การเรียก หรือการล่อเพื่อการกระทำดังกล่าวด้วย ซากของสัตว์ป่า หมายความว่า ร่างกายหรือส่วนของร่างกายหรือส่วนของร่างของ สัตว์ป่าที่ตายแล้ว หรือ เนื้อของสัตว์ป่า ไม่ว่าจะได้ ่ปิ้ง ย่าง รม ตากแห้ง หมัก หรือทำอย่างอื่น เพื่อไม่ให้เน่าเปื่อย และไม่ว่าจะชำแหละ แยกออก หรืออยู่ในร่างของสัตว์ป่านั้นและหมายความรวมถึง เขา หนัง กระดูก ฟัน งา ขนาย นอ ขน เกล็ด เล็บ กระดอง เปลือก หรือส่วนต่างๆ ของสัตว์ป่าที่แยก ออกจากร่างของสัตว์ป่าไม่ว่าจะยังมีชีวิตหรือตายแล้ว เพาะพันธุ์ หมายความว่า ขยายพันธุ์สัตว์ป่าที่นำมาเลี้ยงไว้โดยวิธีผสมพันธุ์สัตว์ป่า และหมายความรวมถึงขยายพันธุ์สัตว์ป่าโดยวิธีผสมเทียมหรือการย้ายฝากตัวอ่อนด้วย ค้า หมายความว่า ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน จำหน่าย จ่าย แจก หรือโอนกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในทางการค้า และหมายความรวมถึง มีหรือแสดงไว้เพื่อขายด้วย นำเข้า หมายความว่า นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร ส่งออก หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร นำผ่าน หมายความว่า นำหรือส่งผ่านราชอาณาจักร ด่านตรวจสัตว์ป่า หมายความว่า ด่านตรวจสัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า สวนสัตว์สาธารณะ หมายความว่า สถานที่หรือบริเวณซึ่งรวบรวมสัตว์ป่าไว้ เพื่อประโยชน์แก่การพักผ่อนหย่อนใจ การศึกษา การค้นคว้าหรือวิจัยของประชาชน และเป็น แหล่งเพาะพันธุ์สัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมป่าไม้หรืออธิบดีกรมประมงเฉพาะที่เกี่ยวกับสัตว์น้ำ คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ |
|
| มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ |
หมวด 1
บททั่วไป
-------------
|
มาตรา 6
การกำหนดให้สัตว์ป่าชนิดใดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองให้กระทำโดยกฎกระทรวงและโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการ กฎกระทรวงที่ออกตามวรรคหนึ่งจะใช้บังคับตั้งแต่วันใด ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้น แต่จะกำหนดให้ใช้บังคับก่อนหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษามิได้ |
|
|
มาตรา 7
ผู้ใดล่าสัตว์ป่าโดยฝ่าฝืนต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
ด้วยความจำเป็นและภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ (1) เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นพันจากอันตรายหรือเพื่อสงวนหรือรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สิน ของตนเองหรือผู้อื่น (2) การล่านั้นได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ และ (3) ในกรณีที่สัตว์ที่ถูกล่านั้นเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองมิได้นำสัตว์ป่าที่ถูกล่าหรือ ซากของสัตว์ป่าที่ถูกล่านั้นเคลื่อนที่ และได้แจ้งเหตุที่ได้ล่าสัตว์ป่าไปแล้วนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ทราบโดยไม่ซักช้า ให้สัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าที่ถูกล่าตามวรรคหนึ่งตกเป็นของแผ่นดินและให้กรมป่าไม้หรือ กรมประมง แล้วแต่กรณี นำไปดำเนินการตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ |
|
|
มาตรา 8
การพิจารณาคำขออนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้มีอำนาจอนุญาตจะ ต้องดำเนินการพิจารณาและแจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในหกสิบวันนับ แต่วันได้รับคำขออนุญาตและถ้ามิได้แจ้งผลการพิจารณาคำขอให้ผู้ยื่นคำขอทราบภายในกำหนด เวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้มีอำนาจอนุญาตมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอและต้องออกใบอนุญาต ให้แก่ผู้ยื่นคำขอนั้น เว้นแต่พระราชบัญญัตินี้จะได้กำหนดอายุใบอนุญาตไว้เป็นอย่างอื่น ใบอนุญาตหรือใบรับรอง ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ถ้าผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะขอต่ออายุใบอนุญาตให้ยื่นคำขอเสียก่อน ใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตแล้วจะประกอบกิจการต่อไปก็ได้จนกว่าผู้มีอำนาจอนุญาต จะสั่งไม่ต่ออายุใบอนุญาตให้ การต่ออายุใบอนุญาตการโอนใบอนุญาตหรือใบรับรองการออกใบแทนใบอนุญาต หรือใบรับรองตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข กำหนดในกฎกระทรวง |
หมวด
2
คณะกรรมการและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ
---------------
|
มาตรา 9
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า
คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน ปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมประมง อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมการค้า ต่างประเทศเป็นกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีกไม่น้อยกกว่าห้าคน แต่ไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง และให้อธิบดีกรมป่าไม้เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง ให้แต่งตั้งจากผู้แทนของสมาคมหรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้อง กับสัตว์ป่าไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับแต่งตั้ง |
|
| มาตรา 10
กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
กรรมการซึ่ง พ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ |
|
|
มาตรา 11
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา
10 กรรมการซึ่ง คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะรัฐมนตรีให้ออก (4) ถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือ (5) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมท หรือความผิดลหุโทษ ในกรณีที่กรรมการพันจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการ แทนได้ และให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน |
ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว
ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับ
วาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว
| มาตรา 12
การประชุมคณะกรรมการ
ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ ประชุมให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด |
|
|
มาตรา 13
การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมด จึงเป็นองค์ประชุม |
|
|
มาตรา 14
คณะกรรมการจะตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่คณะกรรมการมอบหมายก็ได้ |
|
|
มาตรา 15
คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ให้ความเห็นชอบในการกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าตามมาตรา 33 การกำหนดเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าและการกำหนดชนิดหรือประเภทของสัตว์ป่าที่จะห้ามล่าในเขตนั้นตามมาตรา 42 (2) ควบคุมให้การเป็นไปตามมาตรา 35 (3) กำหนดกิจการอันพึงกระทำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขต ห้ามล่าสัตว์ป่า (4) ให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับการออกพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวงและระเบียบ เพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ (5) กำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบ และติดตามการปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ (6) ปฏิบัติการอื่นใดที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ |
หมวด
3
การล่า การเพาะพันธุ์
การครอบครอง
และการค้าซึ่งสัตว์ป่า
ซากของสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า
|
มาตรา 16
ห้ามมิให้ผู้ใดล่า
หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง
เว้นแต่เป็นการ |
|
|
มาตรา 17
ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
มีอำนาจกำหนดชนิดของสัตว์ป่า คุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ โดยกำหนดเป็นกฎกระทรวง |
|
| มาตรา 18
ห้ามมิให้ผู้ใดเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองเว้นแต่ (1) เป็นการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17 โดยได้รับใบอนุญาตให้ เพาะพันธุ์จากอธิบดี (2) เป็นการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง และดำเนิน กิจการสวนสัตว์สาธารณะตามมาตรา 29 ซึ่งได้รับอนุญาตจากอธิบดีให้เพาะพันธุ์สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองที่อยู่ในความครอบครองเพื่อประโยชน์แก่กิจการสวนสัตว์สาธารณะของตน การขออนุญาตและการอนุญาตให้เพาะพันธุ์สัตว์ตามวรรคหนึ่ง และการได้มาซึ่งสัตว์ป่า คุ้มครองเพื่อการเพาะพันธุ์ของผู้รับใบอนุญาตตาม (1) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดใน กฎกระทรวงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ใบอนุญาตตาม (1) และ(2) ให้สิ้นอายุลงเมื่อผู้รับใบอนุญาตได้แจ้งการเลิกการดำเนินการ เพาะพันธุ์สัตว์ป่าที่ได้รับอนุญาตต่ออธิบดีตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
| มาตรา 19
ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง
ซากของสัตว์ป่า สงวน หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่จะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17 ที่ ได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว และโดยต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี และ. ต้องปฏิบัติตามของกำหนดในกฎกระทรวงและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง ความในวรรคหนึ่งและวรรคสอง มิให้ใช้บังคับแก่ (1) การครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองของผู้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์ตามมาตรา 18 (1) ที่มีไว้เพื่อการเพาะพันธุ์หรือได้มาจากการเพาะพันธุ์ หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าว (2) การครอบครองสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง ซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์ป่า คุ้มครองเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะของผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์ สาธารณะตามมาตรา 29 และได้จัดแสดงไว้ในสวนสัตว์สาธารณะที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้น |
|
|
มาตรา 20
ห้ามมิให้ผู้ใดค้าสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง
ซากของสัตว์ป่าสงวน
ซากของ สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าว เว้นแต่เป็นการค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ชนิดที่กำหนดตามมาตรา 17 ที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ ซากของสัตว์ป่าดังกล่าว หรือผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าดังกล่าว ทั้งนี้โดยได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี การขออนุญาตและการอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดใน กฎกระทรวง |
|
|
มาตรา 21
ห้ามมิให้ผู้ใดเก็บ
ทำอันตราย
หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งรังของสัตว์ป่าสงวนหรือ สัตว์ป่าคุ้มครอง ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตเก็บรังนกอีแอ่นตามกฎหมายว่าด้วยอากร รังนกอีแอ่นและผู้ที่อาศัยอำนาจจองผู้รับอนุญาตดังกล่าวแต่ต้องปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
|
|
มาตรา 22
ห้ามมิให้ผู้ใดยิงสัตว์ป่าในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ขึ้น |
หมวด
4
การนำเข้า ส่งออก นำผ่าน
นำเคลื่อนที่ซึ่งสัตว์ป่า
และด่านตรวจสัตว์ป่า
--------------------
| มาตรา
23
ภายใต้บังคับมาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ใดนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า ชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด หรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่า ดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดี การนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่เป็นการนำเข้าหรือส่งออกซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ตามมาตรา 18(1) หรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์และโดยได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง |
|
| มาตรา 24
การนำเข้า ส่งออก
หรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าชนิดที่ต้องมีใบอนุญาต
หรือใบรับรองให้นำเข้า ส่งออกหรือนำผ่านตามความตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ป่า และซากของสัตว์ป่าต้องได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองจากอธิบดี การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง |
| มาตรา
25
การนำสัตว์ป่าคุ้มครองหรือซากสัตว์ป่าคุ้มครองเคลื่อนที่เพื่อการค้าของผู้รับใบอนุญาต ตามมาตรา 20 ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง |
|
|
มาตรา 26
บทบัญญัติมาตรา 16 มาตรา 18
มาตรา 19 มาตรา 21 และมาตรา 23 มิให้ใช้บังคับแก่การกระทำเพื่อประโยชน์ในการสำรวจ การศึกษาและวิจัยทางวิชาการ การคุ้มครอง สัตว์ป่า การเพาะพันธุ์ หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะ ซึ่งกระทำโดยราชการ และโดยได้รับ อนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี และต้องปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ ในกรณีที่การกระทำตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำเพื่อกิจการเพาะพันธุ์ของผู้รับใบอนุญาต เพาะพันธุ์ตามมาตรา 18 หรือเพื่อกิจการสวนสัตว์สาธารณะของผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนิน กิจการสวนสัตว์สาธารณะตามมาตรา 29 การเรียกเก็บและการชำระค่าใช้จ่าย ค่าบริการ หรือ ค่าตอบแทนและราคาสัตว์ป่า ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด โดยความเห็นชอบของ คณะกรรมการ |
|
| มาตรา 27
ให้รัฐมนตรีมีอำนาจตั้งด่านตรวจสัตว์ป่าและกำหนดเขตของด่านโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา |
|
| มาตรา 28
ผู้ใดนำสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง
หรือซากของสัตว์ป่าดังกล่าวเคลื่อนที่ผ่านด่าน ตรวจสัตว์ป่า ต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ สัตว์ป่า โดยแสดงใบอนุญาตให้นำเคลื่อนที่เพื่อการค้า ให้นำเข้า ให้ส่งออกหรือให้นำผ่าน แล้วแต่กรณี เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและอนุญาตเป็นหนังสือแล้วจึงให้นำเคลื่อนที่ต่อไปได้ |
หมวด
5
สวนสัตว์สาธารณะ
--------------------
|
มาตรา 29
ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะต้องได้รับใบอนุญาตจาก |
|
|
มาตรา 30
เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วก่อนเปิดดำเนินการผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้ง |
|
|
มาตรา 31
ในกรณีที่ปรากฏว่า บริเวณที่ตั้งของสวนสัตว์สาธารณะหรือสถานที่ |
|
|
มาตรา 32 ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะตามมาตรา
29 |
หมวด
6
บริเวณและสถานที่ห้ามล่าสัตว์ป่า
--------------------------
|
มาตรา 33
เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นสมควรกำหนดบริเวณที่ดินแห่งใดให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า |
ที่ดินที่กำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นต้องเป็นที่ดินที่มิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือสิทธิ
ครอบครองตามประมวลกฎหมายที่ดินของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง
|
มาตรา 34
การขยายหรือการเพิกถอนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน
ให้กระทำได้ |
|
|
มาตรา
35 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงเขตรักษา |
|
|
มาตรา 36
ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือคุ้มครอง |
|
|
มาตรา 37
นอกจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานอื่นใดซึ่งต้องเข้าไปปฏิบัติการตามหน้าที่ |
|
|
มาตรา 38
ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดินหรือปลูก
หรือก่อสร้าง |
|
|
มาตรา 39
การจัดการกับไม้หรือพฤกษชาติอื่นที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตัด
โค่น หรือแผ้วถาง ตาม |
|
|
มาตรา 40
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งประจำเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีอำนาจสั่งให้ผู้ฝ่าฝืนมาตรา
38 |
|
|
มาตรา 41
ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่า
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองหรือมิใช่
หรือเก็บหรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่าในบริเวณวัดหรือในบริเวณสถานที่ที่จัดไว้เพื่อประชาชน |
|
|
มาตรา 42
บริเวณสถานที่ที่ใช้ในราชการหรือใช้ในสาธารณประโยชน์หรือประชาชนใช้ประโยชน์ |
หมวด 7
พนักงานเจ้าหน้าที่
-------------------
|
มาตรา 43
เมื่อปรากฎว่าผู้รับใบอนุญาตผู้ใด
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวง |
|
|
มาตรา 44
ในกรณีที่บุคคลใดประสงค์จะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัตินี้ |
|
|
มาตรา 45
ในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ |
|
|
มาตรา 46
ถ้าเห็นเป็นการสมควรให้ประชาชนชำระค่าบริการหรือค่าตอบแทนเนื่อง |
หมวด
8
บทกำหนดโทษ
---------
|
มาตรา 47
ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 16
มาตรา19 มาตรา 20
วรรคหนึ่งหรือมาตรา 23วรรคหนึ่ง
|
|
|
มาตรา 48
ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 18
มาตรา 23
วรรคสอง
หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 29
ต้องระวาง |
|
|
มาตรา 49
ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์หรือซากของ |
|
|
มาตรา 50
ผู้ใดทำการค้าสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้จากการเพาะพันธุ์ซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ได้จาก |
|
|
มาตรา 51
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 21 มาตรา 22
มาตรา 41
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับ |
|
|
มาตรา 52
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา
25 หรือมาตรา 28
ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท |
|
|
มาตรา 53
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 36
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือ |
|
|
มาตรา 54
ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 38
หรือมาตรา 42
วรรคสองต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี
|
|
|
มาตรา 55
ผู้ใดช่วยซ้อนเร้น
ช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสียซื้อ
รับจำนำหรือรับไว้
โดยประการใด |
|
|
มาตรา 56
ผู้ใดกระทำให้หลักเขต
ป้าย หรือเครื่องหมายอื่น
ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีตาม |
|
|
มาตรา 57
บรรดาอาวุธ เครื่องมือ
เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ
ยานพาหนะ
หรือเครื่องจักรกลใดๆ
ที่บุคคล |
|
|
มาตรา 58
บรรดาสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครอง
ซากของสัตว์ป่าสงวนซากของสัตว์ป่าคุ้มครอง |
|
|
มาตรา 59
ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้
เป็นนิติบุคคล |
|
|
มาตรา 60
บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษปรับสถานเดียว
ให้อธิบดีหรือพนักงาน |
บทเฉพาะกาล
---------------------
|
มาตรา 61
เมื่อได้มีกฎกระทรวงตามมาตรา
6
วรรคหนึ่งใช้บังคับการดำเนินการแก่สัตว์ป่าคุ้มครอง |
|
|
มาตรา 62
ให้ถือว่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภท
1
และสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่
2 ที่กำหนดขึ้น |
|
|
มาตรา 63
ให้บรรดาบริเวณที่ดินที่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าอยู่แล้ว |
|
|
มาตรา 64
บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ
และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครอง |
|
|
มาตรา 65
ให้การอนุญาตให้ล่าสัตว์ป่าสงวน
ใบอนุญาตล่าสัตว์ป่าคุ้มครองทุกประเภท
ใบอนุญาต |
|
|
มาตรา 66
ผู้ใดมีสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ในความครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย |
|
|
มาตรา 67
ให้ผู้มีสัตว์ป่าสงวน
สัตว์ป่าคุ้มครองซากของสัตว์ป่าสงวนหรือซากของสัตว์คุ้มครอง |
|
|
มาตรา 68
ผู้ใดดำเนินกิจการเพาะพันธุ์
ดำเนินกิจการค้าสัตว์ป่า
คุ้มครองที่ได้มาจากการ |
|
|
มาตรา 69
ผู้ใดจัดตั้งและดำเนินกิจการสวนสัตว์สาธารณะอยู่ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติ |
|
|
มาตรา 70
คำขออนุญาตใด ๆ
ที่ได้ยื่นไว้ก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
และยังอยู่ใน |
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้
คือ
เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการสงวน
และคุ้มครองสัตว์ป่าที่ใช้บังคับในปัจจุบันได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน
มาตรการต่างๆ ที่มีอยู่ใน
กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถทำให้การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและ
ได้ผลสมดังวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
ประกอบกับจำเป็นจะต้องเร่งรัดการขยายพันธุ์สัตว์ป่าและ
ให้การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าควบคู่กันไปและเนื่องจากปัจจุบันได้มีความตกลงระหว่างประเทศ
ในการที่จะร่วมมือกันเพื่อสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของท้องถิ่นอันเป็นทรัพยากรที่สำคัญของโลก
ดังนั้นเพื่อปรับปรุงให้มาตรการในการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอด
คล้องกับความตกลงระหว่างประเทศสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เสียใหม่
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้